Josh Kushner ยอมรับว่าเสียใจที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับแผนของ FIFA ภายใต้ Gianni Infantino ที่ตั้งใจดึงเงินลงทุนเข้ามาแลกกับสิทธิในธุรกิจฟุตบอลโลก ก่อนโครงการจะล้มลงและกลายเป็นชนวนขัดแย้งใหญ่ในวงการลูกหนัง
คุชเนอร์ซึ่งเป็นนักลงทุนของ Thrive Capital กล่าวกับ Axios เมื่อวันจันทร์ว่า “we failed to appreciate the political dynamics of global football” และย้ำว่า หากรู้ล่วงหน้าว่าเรื่องนี้จะบานปลายเช่นนี้ ก็จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องตั้งแต่แรก

คำยอมรับครั้งแรกของ Kushner
นี่เป็นครั้งแรกที่ Kushner ออกมาพูดถึงวิกฤตที่ FIFA เผชิญอยู่ และน้ำหนักของคำพูดของเขาอยู่ที่การยอมรับตรง ๆ ว่าแผนนี้ประเมินมิติทางการเมืองของฟุตบอลโลกต่ำเกินไป
สำหรับ FIFA คำยอมรับดังกล่าวสะท้อนว่าความพยายามดึงพันธมิตรเอกชนเข้ามาช่วยขยายรายได้ ไม่ได้จบแค่ความล้มเหลวของดีล แต่ยังทิ้งแรงสะเทือนต่อภาพลักษณ์และความสัมพันธ์กับองค์กรฟุตบอลรายใหญ่ในยุโรปด้วย
แผนที่ถูกเสนอให้ Thrive Capital
ตามแผนที่เปิดเผยในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม Thrive Capital และ Kushner ถูกวางเป็นนักลงทุนหลัก โดยจะจ่ายเงินให้ FIFA 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แลกกับสัดส่วน 20% ในบริษัทลูกที่ดูแลกิจกรรมเชิงพาณิชย์ขององค์กร รวมถึง World Cup
Kushner อธิบายในถ้อยแถลงว่าแนวคิดของโครงการคือการกระจายทุนและส่วนแบ่งความเป็นเจ้าของไปยังสมาชิกทั้ง 211 ชาติ เพื่อเพิ่มการลงทุนให้ประเทศที่ยังพัฒนาน้อยกว่า สนับสนุนฟุตบอลระดับรากหญ้า ยกระดับประสบการณ์แฟนบอล และผลักดันให้เกมเติบโตทั่วโลก
UEFA ดึงเรื่องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย
แรงต้านต่อแผนนี้ยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อ UEFA ยื่นเอกสารต่อศาลในแมนฮัตตันเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อขอหลักฐานสำหรับความเป็นไปได้ในการยื่นเรื่องร้องเรียนทางอาญาต่อ Infantino ในสวิตเซอร์แลนด์ ฐานบริหารการเงินผิดพลาด
อย่างไรก็ดี เอกสารดังกล่าวระบุชัดว่า Thrive และ Kushner ไม่ได้ถูกมองเป็นจำเลยที่คาดหมายในคดีที่อาจเกิดขึ้น ทำให้ชื่อของเขายังคงอยู่ในฐานะผู้เกี่ยวข้องกับแผน มากกว่าจะเป็นเป้าหมายของการดำเนินคดีโดยตรง
รอยร้าวที่สะสมมานานในยุค Infantino
แผนนี้กลายเป็นรอยร้าวครั้งที่สามระหว่าง FIFA กับ UEFA ในยุคดำรงตำแหน่ง 10 ปีของ Infantino หลังจากก่อนหน้านี้ฝ่ายยุโรปเคยขวางแผนโครงการใหม่มูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับ SoftBank ในปี 2018 และยังคัดค้านความพยายามในปี 2021 ที่จะให้ฟุตบอลโลกชายเตะทุก 2 ปีแทนทุก 4 ปี
ภาพรวมทั้งหมดทำให้เห็นว่าแนวคิดดึงทุนเอกชนเข้ามาเพิ่มอำนาจการบริหารเชิงพาณิชย์ของ FIFA เจอแรงเสียดทานตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เพียงเพราะเม็ดเงินที่เกี่ยวข้อง แต่เพราะกระทบสมดุลอำนาจและความเชื่อมั่นของสมาชิกในระบบฟุตบอลโลก
ผลสะเทือนต่อ Kushner และ Thrive Capital
Kushner ระบุด้วยว่า Thrive มีประวัติการเป็นพาร์ตเนอร์กับทุกภาคส่วน และปัจจุบันเขาเป็นส่วนหนึ่งของดีลเทกโอเวอร์ Los Angeles Lakers มูลค่า 12.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับแฟนบอล ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงว่าแผนนี้ล่ม แต่คือการที่ FIFA ต้องเผชิญคำถามเรื่องวิธีเดินหน้าขยายธุรกิจโดยไม่สร้างแรงต้านรุนแรงจากองค์กรลูกหนังหลัก ขณะที่ชื่อของ Kushner กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของแผนที่เริ่มต้นด้วยความทะเยอทะยานและจบลงด้วยความเสียใจ





















