แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเสมอเอฟเวอร์ตัน 2-2 ที่ Hill Dickinson Stadium หลังเสียประตูตีเสมอในนาทีที่ 96 ผลการแข่งขันทำให้ไมเคิล คาร์ริกยอมรับว่าให้ความรู้สึกเหมือนความพ่ายแพ้ แม้ทีมจะได้หนึ่งคะแนน

ภาพประกอบข่าวไมเคิล คาร์ริกหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเสมอเอฟเวอร์ตัน 2-2
Man United surrendered their lead twice against Everton.

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดขึ้นนำเอฟเวอร์ตันสองครั้ง และดูเหมือนจะคว้าชัยเมื่อ Benjamin Sesko ยิงให้ทีมเยือนในนาทีที่ 88 แต่ Ainsley Maitland-Niles ยิงประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้ทั้งสองทีมแบ่งคะแนนกัน

คาร์ริกผิดหวังกับประตูตีเสมอนาทีที่ 96

คาร์ริกมองว่าทีมอยู่ในสถานการณ์ที่ดีพอจะเก็บสามคะแนนถึงสองช่วงของเกม แต่ไม่สามารถรักษาความได้เปรียบเอาไว้จนจบการแข่งขันได้ เขายอมรับว่าหนึ่งคะแนนเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ แต่เมื่อพิจารณาจากจังหวะที่ทีมขึ้นนำและช่วงเวลาที่เสียประตู ผลเสมอจึงให้ความรู้สึกไม่ต่างจากความพ่ายแพ้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยู่อันดับ 11

ผลเสมอนัดนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยู่อันดับ 11 ของตาราง โดยมีผลงานชนะหนึ่งนัด เสมอหนึ่งนัด และแพ้หนึ่งนัดจากการลงเล่นช่วงต้นฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม คาร์ริกไม่เห็นด้วยกับการประเมินว่าทีมเริ่มต้นฤดูกาลได้ย่ำแย่ เขาย้ำว่าทีมเข้าใกล้การคว้าชัยในเกมนี้ และยังมีรายละเอียดบางจังหวะที่ต้องจัดการให้ดีกว่านี้

Rashford เป็นจุดบวกของทีม

ภาพประกอบข่าวฟอร์ม Marcus Rashford ในเกมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดพบเอฟเวอร์ตัน
Carrick 'bitterly disappointed' with Man Utd's late Everton draw

Marcus Rashford ทำผลงานได้ดีทางฝั่งซ้ายและสร้างความอันตรายให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตลอดเกม ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกในครึ่งหลังเพราะมีอาการเจ็บเล็กน้อย

คาร์ริกระบุว่า Rashford ดูเฉียบคมและสร้างโอกาสได้หลายครั้ง แม้จังหวะสุดท้ายจะยังไม่เป็นใจ ผลงานดังกล่าวจึงเป็นหนึ่งในแง่บวกของทีม แม้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะพลาดชัยชนะจากประตูช่วงท้ายเกม

บทเรียนจากเกมเสมอเอฟเวอร์ตัน

  1. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีศักยภาพพอจะขึ้นนำและสร้างโอกาส แต่ต้องบริหารช่วงเวลาสำคัญให้รัดกุมจนกว่าจะหมดเวลา
  2. ประตูของ Ainsley Maitland-Niles ในนาทีที่ 96 เปลี่ยนเกมจากชัยชนะที่ดูเหมือนอยู่ในมือให้กลายเป็นการแบ่งคะแนน
  3. ฟอร์มของ Marcus Rashford เป็นสัญญาณบวกในเกมรุก ขณะที่ทีมยังต้องปรับปรุงการรับมือกับสถานการณ์ช่วงท้ายเกม