เส้นทางทีมชาติของลิโอเนล เมสซีไม่ได้มีเพียงพรสวรรค์และถ้วยแชมป์ แต่ยังเต็มไปด้วยการประเดิมสนามที่เลวร้าย การแพ้รอบชิงชนะเลิศ 3 ครั้งใน 3 ปี และการตัดสินใจปรับเปลี่ยนตัวเองจนกลายเป็นผู้นำของอาร์เจนตินา

หลังจากนั้น อาร์เจนตินาคว้าแชมป์ Copa América 2021, Finalissima, FIFA World Cup 2022 และ Copa América 2024 ความสำเร็จจึงสะท้อนทั้งคุณภาพในสนามและความพยายามของเมสซีที่จะก้าวข้ามจุดอ่อนด้านการสื่อสารกับทีม
จากดาวรุ่งอายุน้อยสู่ความหวังของอาร์เจนตินา
เมสซีสวมเสื้ออาร์เจนตินาในเกมระดับนานาชาติครั้งแรกในการแข่งขัน South American Under-20 Championships ที่โคลอมเบียช่วงต้นปี 2005 ขณะอายุ 17 ปี และอายุน้อยกว่าผู้เล่นคนอื่น 2 ปี
เวลานั้นเขาอยู่กับบาร์เซโลนามาแล้ว 4 ปี ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ไปบ้าง และเริ่มมีข่าวถึงพรสวรรค์พิเศษ ความสนใจจากสเปนทำให้อาร์เจนตินาเร่งดึงตัวเขาเข้าสู่ระบบทีมชาติ ก่อนที่ฝีเท้าจะพิสูจน์ว่าความคาดหวังเหล่านั้นยังประเมินเขาต่ำเกินไป
จุดเด่นของเมสซีคือการควบคุมบอลด้วยเท้าซ้ายและการอ่านพื้นที่ เขาเล่นร่วมกับเซร์คิโอ อเกวโร เพื่อนสนิท และพาอาร์เจนตินาคว้าแชมป์ FIFA U-20 World Cup ที่เนเธอร์แลนด์ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา
การประเดิมทีมชาติชุดใหญ่ที่จบลงในไม่ถึง 5 นาที
เมสซีประเดิมทีมชาติอาร์เจนตินาชุดใหญ่ในเกมเยือนฮังการีเดือนสิงหาคม 2005 ซึ่งเป็นคู่แข่งเดียวกับที่ดิเอโก มาราโดนาเคยพบในเกมทีมชาตินัดแรกของเขา
เมสซีถูกส่งลงสนามในครึ่งหลังและพุ่งเข้าใส่แนวรับฮังการีทันที ก่อนถูกกองหลังดึงรั้งไว้ เขาพยายามสลัดตัวออก แต่ผู้ตัดสินมองว่าเขาใช้ศอกและแจกใบแดง ทำให้เกมเปิดตัวจบลงในเวลาไม่ถึง 5 นาที
เหตุการณ์นั้นเพิ่มความผิดหวังให้กับเส้นทางทีมชาติของเขา เมสซีเคยประกาศเลิกเล่นทีมชาติชั่วครู่และบอกว่าตัวเองเป็นตัวซวย หลังต้องเผชิญกับความผิดหวังที่สะสมต่อเนื่อง
ความพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนถึงจุดต่ำสุดในปี 2018
ใน FIFA World Cup 2006 เมสซีนั่งอยู่บนม้านั่งสำรองในเกมที่อาร์เจนตินาแพ้เยอรมนีจากการดวลจุดโทษในรอบก่อนรองชนะเลิศ อีก 4 ปีต่อมา อาร์เจนตินาพบเยอรมนีในรอบเดียวกันและแพ้ 0-4 โดยมีดิเอโก มาราโดนาเป็นโค้ช
จากนั้นอาร์เจนตินาแพ้รอบชิงชนะเลิศ 3 รายการติดต่อกัน ได้แก่ แพ้เยอรมนี 0-1 ใน FIFA World Cup 2014 แพ้ชิลีจากการดวลจุดโทษใน Copa América 2015 และแพ้ชิลีด้วยวิธีเดียวกันในทัวร์นาเมนต์ฉลองครบรอบ 100 ปีของรายการในปี 2016 เมสซียิงจุดโทษพลาดในเกมดังกล่าว
ความยากลำบากยังดำเนินต่อไปใน FIFA World Cup 2018 เมื่ออาร์เจนตินาเสมอไอซ์แลนด์ แพ้โครเอเชียอย่างหนัก และแพ้ฝรั่งเศส 3-4 ในเกมที่รูปทรงของการแข่งขันแตกต่างจากสกอร์อย่างมาก ขณะนั้นเมสซีอายุเกิน 30 ปีแล้ว แต่ยังไม่เคยทำประตูในรอบน็อกเอาต์ของฟุตบอลโลก

สกาโลนีช่วยให้อาร์เจนตินาพบแนวทางใหม่
หลังปี 2018 ไม่มีใครคาดคิดว่าอาร์เจนตินาจะกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะลิโอเนล สกาโลนีไม่เคยมีประสบการณ์คุมทีมชุดใหญ่มาก่อนตอนรับงาน
สกาโลนีและเมสซีมองเห็นปัญหาและพยายามหาทางแก้ เมสซีเป็นดาวเด่นที่ผู้เล่นอายุน้อยต่างต้องการได้รับการยอมรับ ขณะที่สกาโลนีพยายามดึงเขาออกจากโลกส่วนตัวและให้มีส่วนร่วมกับทีมมากขึ้น เมสซีเปิดรับบทบาทดังกล่าว
Copa América 2019 ที่บราซิลเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ อาร์เจนตินาเริ่มต้นได้ไม่ดี แต่ค่อยๆ พัฒนาแนวคิดทางแท็กติกให้ชัดเจนขึ้นจนจบอันดับ 3 สำหรับสกาโลนี รายการนี้ทำให้เขาได้ทีมที่เป็นหนึ่งเดียวมากกว่าเดิม ส่วนเมสซีก็เริ่มทำหน้าที่เป็นผู้นำที่พูดคุย ให้กำลังใจ และผลักดันเพื่อนร่วมทีม
การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญต่อผลงานในระยะยาว เพราะเมสซีไม่ได้พยายามพึ่งพาความสามารถเฉพาะตัวเพียงอย่างเดียว แต่ปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของทีมมากขึ้น อังเคล ดิ มาเรียจึงกล่าวกับสื่ออาร์เจนตินาว่าเขาชอบเมสซีในแบบนี้
แชมป์ที่ยืนยันมรดกของเมสซีกับอาร์เจนตินา
หลังไม่มีแชมป์ระดับทีมชาติมาตั้งแต่ปี 1993 อาร์เจนตินาเริ่มคว้าแชมป์ต่อเนื่อง โดยเริ่มจาก Copa América 2021 ตามด้วย Finalissima และ FIFA World Cup 2022 ก่อนคว้า Copa América อีกครั้งในปี 2024
อาร์เจนตินายังจบอันดับ 1 ในการแข่งขันรอบคัดเลือก FIFA World Cup 2026 ของโซนอเมริกาใต้ และผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของทัวร์นาเมนต์ที่จัดขึ้นในนิวเจอร์ซีย์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้า
มรดกของเมสซีกับอาร์เจนตินาจึงเกิดจากทั้งพรสวรรค์และความสามารถในการปรับตัว เขาเคยถอยออกจากทีมชาติ เคยพลาดจุดโทษ และเคยถูกตั้งคำถามเรื่องผลงานในเกมสำคัญ แต่ยังเดินหน้าต่อจนเปลี่ยนความผิดหวังให้กลายเป็นช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่


























