
โชเซ่ มูรินโญ่มีโอกาสพาเรอัล มาดริดลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เพราะทีมมีแนวรุกที่ตัดสินเกมใหญ่ได้และมีติโบต์ กูร์ตัวส์เฝ้าเสา แต่ความเป็นไปได้จะขึ้นอยู่กับว่าเขาวางระเบียบเกมรับและบริหารห้องแต่งตัวที่เต็มไปด้วยผู้เล่นระดับสูงได้หรือไม่
กุนซือวัย 63 ปีกลับสู่ซานติอาโก เบร์นาเบวในช่วงซัมเมอร์ปี 2026 หลังจบการคุมทีมรอบแรกระหว่างปี 2010 ถึง 2013 การกลับมาครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่สโมสรต้องการวินัยและความเป็นปึกแผ่นในห้องแต่งตัว
โอกาสลบช่วงเวลาที่ยาวนาน
มูรินโญ่เคยคว้าแชมเปี้ยนส์ลีกกับเอฟซี ปอร์โต้ในปี 2004 และอินเตอร์ในปี 2010 อีกทั้งได้แชมป์ในประเทศ 6 สมัยกับปอร์โต้ เชลซี และอินเตอร์ภายใน 7 ฤดูกาล ก่อนเข้ารับงานกับมาดริด
ตลอดสามปีแรกกับเรอัล มาดริด เขาพาทีมได้แชมป์ลาลีกา 1 สมัยและโกปา เดล เรย์ 1 สมัย อย่างไรก็ตาม แชมป์ลีกสูงสุดครั้งล่าสุดของเขาคือพรีเมียร์ลีกกับเชลซีฤดูกาล 2014-15 ส่วนแชมเปี้ยนส์ลีกหนล่าสุดยังเป็นปี 2010 กับอินเตอร์

การกลับมาเบร์นาเบวจึงมีความหมายมากกว่าการหวนคืนสโมสรเดิม นี่คือโอกาสให้มูรินโญ่พิสูจน์ว่ารูปแบบการทำทีมของเขายังนำไปสู่ความสำเร็จสูงสุดได้ในฟุตบอลยุคปัจจุบัน
มาดริดมีเครื่องมือสำหรับเกมใหญ่
เรอัล มาดริดมีคีเลียน เอ็มบัปเป้, วินิซิอุส จูเนียร์, ยาน ดิโอม็องเด และจูด เบลลิงแฮม ซึ่งต่างมีคุณภาพพอจะเปลี่ยนเกมในระดับสูง ขณะที่กูร์ตัวส์เป็นผู้รักษาประตูระดับแถวหน้าของโลกตามการประเมินในแหล่งข่าว
จุดแข็งของมูรินโญ่อยู่ที่ทีมเกมรับซึ่งมีระบบและความแข็งแกร่งทางกายภาพ หากเขาทำให้โครงสร้างดังกล่าวทำงานร่วมกับแนวรุกของมาดริดได้ ทีมจะมีทั้งความรัดกุมสำหรับรับมือเกมน็อกเอาต์และคุณภาพพอจะฉวยจังหวะตัดสินเกม
ห้องแต่งตัวคือบททดสอบสำคัญ
โจทย์ไม่ได้อยู่ที่แท็กติกเพียงอย่างเดียว ฤดูกาลก่อน ชาบี อลอนโซ่เสียตำแหน่งหลังคุมทีมได้หกเดือน จากความสัมพันธ์กับผู้เล่นอาวุโสที่พังลง ขณะที่การอำลามาดริดของมูรินโญ่เมื่อ 13 ปีก่อนก็เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งกับเซร์คิโอ รามอส, อีเกร์ กาซิยาส และคริสเตียโน โรนัลโด
ซีเนดีน ซีดานและคาร์โล อันเชล็อตติเป็นสองคนที่จัดการขุมกำลังมาดริดในช่วงหลังได้ดี โดยอาศัยสถานะและผลงานที่ทำให้ได้รับความเคารพจากนักเตะ การกลับมาครั้งนี้จึงวัดว่ามูรินโญ่จะใช้ประสบการณ์สร้างความร่วมมือในทีมได้เพียงใด

เป้าหมายแชมป์สมัยที่ 16
อินเตอร์ อดีตทีมแชมป์ยุโรปของมูรินโญ่ คือคู่แข่งนัดแรกของเรอัล มาดริดในลีกเฟส ขณะที่ปารีส แซงต์-แชร์กแมงของหลุยส์ เอ็นริเก กำลังลุ้นแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน
หากมูรินโญ่พาเรอัล มาดริดคว้าแชมป์ได้ เขาจะสร้างสถิติช่วงห่างระหว่างแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกยาวนานที่สุด ความสำเร็จของอินเตอร์ในปี 2010 เกิดขึ้นที่เบร์นาเบว ส่วนรอบชิงชนะเลิศฤดูกาลนี้กำหนดแข่งวันที่ 5 มิถุนายน ที่เมโทรโปลิตาโนในกรุงมาดริด
สิ่งที่แฟนมาดริดควรจับตา
- มูรินโญ่จะยกระดับความแข็งแกร่งและความเป็นระบบของเกมรับได้หรือไม่
- แนวรุกที่มีเอ็มบัปเป้, วินิซิอุส, ดิโอม็องเด และเบลลิงแฮมจะเปลี่ยนความได้เปรียบในเกมใหญ่เป็นผลการแข่งขันได้มากเพียงใด
- ห้องแต่งตัวจะรักษาความร่วมมือระหว่างฤดูกาลได้หรือไม่ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการไปไกลในทุกรายการ


























