เออร์ลิง ฮาลันด์ ยิง 2 ประตูในครึ่งหลัง พาแมนเชสเตอร์ ซิตี้บุกชนะเอฟซี ปอร์โต้ 2-0 ในเกมเปิดสนามแชมเปียนส์ลีก ผลงานดังกล่าวส่งให้กองหน้าทีมชาตินอร์เวย์ทาบเซร์คิโอ อเกวโร่ เป็นดาวยิงสูงสุดของสโมสรในถ้วยใหญ่ยุโรปที่ 36 ประตู

ชัยชนะนอกบ้านมีความหมายต่อซิตี้ เพราะทีมต้องใช้เวลารอจังหวะเจาะแนวรับปอร์โต้ โดยดิโอโก้ คอสต้า เซฟโอกาสของฮาลันด์หลายครั้งในครึ่งแรก ก่อนที่ดาวยิงรายนี้จะเปลี่ยนโอกาสสำคัญในครึ่งหลังเป็นความได้เปรียบของทีม
สองจังหวะจบสกอร์เปลี่ยนเกม
ประตูแรกมาจากการเข้าชาร์จระยะใกล้หลังรับลูกเปิดของเอ็นโซ เฟร์นานเดซ ซึ่งลงเล่นแชมเปียนส์ลีกนัดแรกกับซิตี้ ส่วนประตูที่สอง ฮาลันด์ใช้เท้าขวาสัมผัสเดียวเปลี่ยนทางบอลจากรายาน อิต-นูรีเข้าประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง
การทำประตูทั้งสองลูกทำให้ฮาลันด์มีสถิติ 59 ประตูจาก 59 นัดในแชมเปียนส์ลีก และปอร์โต้เป็นคู่แข่งทีมที่ 22 ที่เขายิงได้ในรายการนี้ สำหรับซิตี้ นี่คือข้อยืนยันว่าแม้เกมจะอึดอัด กองหน้าของทีมยังตัดสินผลการแข่งขันได้จากโอกาสไม่กี่ครั้ง
เฟร์นานเดซมองหาฮาลันด์ในพื้นที่สุดท้าย
เฟร์นานเดซเรียกฮาลันด์ว่าเป็น “สัตว์ร้าย” และบอกว่าเมื่ออยู่ในสนาม เขาจะพยายามมองหากองหน้ารายนี้เพื่อสร้างโอกาสทำประตูต่อไป คำพูดดังกล่าวสะท้อนจากจังหวะประตูแรกที่ทั้งคู่ประสานงานกันโดยตรง
“เออร์ลิง ฮาลันด์เป็นสัตว์ร้าย เป็นอสูร ทุกครั้งที่ผมอยู่ในสนาม ผมจะมองหาเขา และหวังว่าจะทำแอสซิสต์ให้เขาได้อีกมาก เขาจะได้ยิงประตูแบบนี้ต่อไป”
เฟร์นานเดซยังกล่าวว่าฮาลันด์ต้อนรับเขาเข้าสู่สโมสรเป็นอย่างดี นอกเหนือจากความสามารถในฐานะนักเตะ การเชื่อมเกมที่เกิดผลตั้งแต่นัดแรกในยุโรปจึงเป็นจุดที่แฟนซิตี้จับตาได้จากชัยชนะครั้งนี้

ฮาลันด์ย้ำมาตรฐานของซิตี้
ก่อนเกมนี้ ซิตี้ออกสตาร์ตพรีเมียร์ลีกด้วยชัยชนะ 3 นัดจาก 3 เกม และฮาลันด์ยิง 3 ประตูจาก 3 นัด เขากล่าวว่าชัยชนะเกมเยือนท่ามกลางบรรยากาศกดดันน่าจะทำให้เอ็นโซ มาเรสก้าพอใจ แต่ทีมยังต้องเรียนรู้และเรียกร้องมาตรฐานจากกันและกัน เพราะเป้าหมายของสโมสรคือการคว้าแชมป์
ฤดูกาลก่อน ฮาลันด์ทำ 8 ประตูจาก 10 นัดในแชมเปียนส์ลีก แม้ซิตี้จะตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยน้ำมือเรอัล มาดริด การเริ่มต้นด้วยสองประตูที่ปอร์โต้จึงช่วยให้ทีมได้ทั้ง 3 คะแนนและแนวรุกที่กำลังมีความมั่นใจตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล























