แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดวางแผนปรับแนวรับครั้งใหญ่ในช่วงซัมเมอร์หน้า ทั้งที่เสียไปแล้ว 6 ประตูจาก 3 เกมพรีเมียร์ลีก และกำลังจะเปิดบ้านพบแมนเชสเตอร์ ซิตี้ การเลือกสร้างทีมทีละตำแหน่งจึงกำลังถูกตั้งคำถามว่า สโมสรปล่อยให้ปัญหาที่สำคัญที่สุดรอช้าเกินไปหรือไม่


แนวรับมีปัญหาก่อนเกมพบแมนเชสเตอร์ ซิตี้
ทีมของ Michael Carrick เสีย 6 ประตูจาก 3 เกมพรีเมียร์ลีก หรือ 270 นาที โดย 4 ประตูเกิดขึ้นในเกมพบ Hull และ Ipswich แม้จะเก็บคลีนชีตได้ในเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกกับ FK Sabah แต่ภาพรวมยังสะท้อนว่าแนวรับไม่มั่นคงก่อนเกมสำคัญที่ Old Trafford
แมนเชสเตอร์ ซิตี้คือคู่แข่งนัดถัดไป และ Erling Haaland มีสถิติยิง 8 ประตูพร้อมทำ 3 แอสซิสต์จากการพบแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในพรีเมียร์ลีก 7 นัดที่ผ่านมา จึงเป็นบททดสอบโดยตรงต่อแนวรับที่สโมสรยังไม่ได้เสริมกำลังในช่วงซัมเมอร์
แบ็กโฟร์ที่ลงเล่นในเกมลีกสองนัดล่าสุดกับ Ipswich และ Everton คือ Diogo Dalot, Lisandro Martínez, Harry Maguire และ Luke Shaw ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่ลงเล่นในเกมแพ้ Brentford 0-4 เมื่อเดือนสิงหาคม 2022
แบ็กโฟร์จากผู้จัดการทีม 4 คน
ผู้เล่นทั้งสี่คนถูกเซ็นสัญญาเข้ามาโดยผู้จัดการทีม 4 คนตลอดช่วงเวลา 12 ปี Shaw ย้ายจาก Southampton ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ในเดือนกรกฎาคม 2014 จากการผลักดันของ David Moyes และการอนุมัติของ Louis van Gaal
- Diogo Dalot ย้ายจาก FC Porto ด้วยค่าตัว 19 ล้านปอนด์ในเดือนมิถุนายน 2018 ภายใต้ Jose Mourinho
- Harry Maguire ย้ายจาก Leicester ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ในเดือนสิงหาคม 2019 ภายใต้ Ole Gunnar Solskjaer
- Lisandro Martínez ย้ายจาก Ajax ด้วยค่าตัว 49 ล้านปอนด์ในเดือนกรกฎาคม 2022 ภายใต้ Erik ten Hag
โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนปัญหาการสร้างทีมที่ไม่ต่อเนื่อง แม้ผู้เล่นทั้งสี่ยังเป็นตัวเลือกหลัก แต่แนวรับชุดนี้กำลังเผชิญทั้งข้อจำกัดด้านอายุ ความฟิต และคุณภาพของตัวสำรอง
สโมสรเลือกปรับทีมทีละตำแหน่ง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดปรับแนวรุกในตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ 2025 ด้วยการเซ็นสัญญา Matheus Cunha จาก Wolves, Bryan Mbeumo จาก Brentford และ Benjamin Sesko จาก RB Leipzig ส่วนแดนกลางได้ Andrey Santos จาก Chelsea, Youri Tielemans จาก Aston Villa และ Carlos Baleba จาก Brighton
แผนของสโมสรคือจัดการแนวรับเป็นขั้นตอนถัดไปหลังจบฤดูกาล โดยเลื่อนการปรับปรุงแบ็กโฟร์ไปเป็นช่วงซัมเมอร์หน้า แนวทางนี้เกิดขึ้นท่ามกลางข้อจำกัดด้านการเงินและการควบคุมการใช้จ่าย โดยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดใช้เงินเสริมทีม 148 ล้านปอนด์ ขณะที่ Manchester City ใช้ 450 ล้านปอนด์, Chelsea ใช้ 349 ล้านปอนด์ และ Tottenham ใช้ 302 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์
แม้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกลับไปเล่นแชมเปียนส์ ลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2023-24 แต่ทีมมีแบ็กซ้ายอาวุโสที่ได้รับการยอมรับในชุดใหญ่เพียง Shaw สโมสรจึงเลือกไม่คว้าตัวผู้เล่นมาแทนที่เขาในช่วงซัมเมอร์ เพื่อรอการเสริมทัพครั้งใหญ่ในอีก 12 เดือน
ตัวเลือกที่ไม่ได้คว้ามาเสริมแนวรับ
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดรับรู้ถึงความเป็นไปได้ในการคว้าตัว Rayan Aït-Nouri จาก Manchester City ในช่วงท้ายตลาด แต่ไม่เดินหน้าเพราะเงื่อนไขต้องเป็นการย้ายทีมถาวรหลังหมดสัญญายืมตัว ส่วนความสนใจใน Lewis Hall ของ Newcastle ไม่พัฒนาไปถึงขั้นยื่นข้อเสนอ และเขาได้ต่อสัญญาใหม่ 5 ปีกับสโมสร
การไม่มีผู้เล่นเข้ามาเพิ่มทำให้ทีมต้องพึ่งพาแบ็กโฟร์ชุดเดิมมากขึ้น Gary Neville มองว่าปัญหาจะรุนแรงทันทีหาก Shaw หรือ Maguire ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่การใช้งาน Dalot และ Noussair Mazraoui ในตำแหน่งแบ็กซ้ายทำให้เห็นข้อจำกัดของขุมกำลัง
Gary Neville มองว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีผู้เล่นแนวรับไม่เพียงพอ และการเสียประตูอาจกลายเป็นปัญหาที่ตามหลอกหลอนทีม เพราะแบ็กโฟร์ที่ดีที่สุดของ Carrick กำลังถูกใช้งานอยู่แล้ว
Carrick ยอมรับว่าการสร้างทีมต้องค่อยเป็นค่อยไป โดยสโมสรต้องหาวิธีปรับตัวและพัฒนาทีมภายใต้ข้อจำกัดด้านการเงิน สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการเลือกผู้เล่น แต่เป็นการตัดสินใจจัดลำดับความสำคัญของการใช้จ่าย
กองหลังที่สโมสรเซ็นเข้ามาในช่วงหลัง
นับตั้งแต่ Jason Wilcox และ Omar Berrada เข้ามาทำงานที่ Old Trafford สโมสรเซ็นสัญญากองหลังที่มีประสบการณ์ในทีมชุดใหญ่เพียง 3 คน ได้แก่ Matthijs de Ligt, Noussair Mazraoui และ Leny Yoro
- Matthijs de Ligt ย้ายจาก Bayern Munich ด้วยค่าตัว 38.5 ล้านปอนด์ในปี 2024 แม้ไม่ได้เป็นเป้าหมายของสโมสรตั้งแต่แรก และมีปัญหาอาการบาดเจ็บจนไม่ได้ลงเล่นนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
- Noussair Mazraoui ย้ายจาก Bayern ด้วยค่าตัว 12.8 ล้านปอนด์ และเล่นได้ทั้งแบ็กซ้ายและแบ็กขวา
- Leny Yoro ย้ายจาก Lille ด้วยค่าตัว 52 ล้านปอนด์ในเดือนกรกฎาคม 2024 ขณะอายุ 18 ปี โดยถูกมองว่าเป็นผู้เล่นสำหรับอนาคต แต่ยังไม่สามารถแสดงผลงานได้ตามความคาดหวัง
Wayne Rooney เห็นว่า Carrick ถูกทิ้งไว้กับขุมกำลังที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อ Luke Shaw ไม่สามารถลงเล่นได้ทุกนัด และผู้เล่นหลายคนต้องถูกโยกไปทำหน้าที่ในตำแหน่งที่ไม่ถนัด
Wayne Rooney มองว่าแนวรับของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่แข็งแกร่งพอ และพื้นที่แบ็กโฟร์เป็นจุดที่น่ากังวล เพราะทีมต้องใช้ผู้เล่นในตำแหน่งที่ไม่คุ้นเคย
ซัมเมอร์หน้าต้องปรับแนวรับมากกว่าสี่คน
Shaw และ Maguire จะหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์หน้าและไม่น่าจะได้รับการต่อสัญญา ขณะที่ Martínez อยู่ในปีสุดท้ายของสัญญา แม้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีออปชันขยายเพิ่ม 12 เดือน
Dalot ยังเหลือสัญญาอีก 2 ปีและเล่นได้ทั้งสองฝั่งของแนวรับ แต่ข้อจำกัดด้านเกมรับทำให้เขาอาจเหมาะกับบทบาทตัวสำรองมากกว่าการเป็นตัวจริงระยะยาว Mazraoui เป็นตัวเลือกที่ไว้ใจได้มากกว่า ขณะที่ Yoro และ Ayden Heaven ยังขาดความสม่ำเสมอและประสบการณ์
สำหรับตำแหน่งแบ็กซ้าย Diego León และ Harry Amass ซึ่งทั้งคู่อายุ 19 ปี ยังเป็นตัวเลือกที่ไม่มีประสบการณ์และไม่ได้พิสูจน์ตัวเองในระดับสูง ส่วน Patrick Dorgu เป็นอีกทางเลือกที่อาจถูกใช้งานได้
เมื่อรวมปัญหาอาการบาดเจ็บของ De Ligt กับสัญญาของผู้เล่นหลายคนที่กำลังจะหมดลง ภารกิจของ Wilcox ในช่วงซัมเมอร์หน้าจึงอาจใหญ่กว่าการหาแบ็กโฟร์ชุดใหม่ เพราะทีมต้องเพิ่มทั้งจำนวนและคุณภาพของตัวเลือกในแนวรับ
การรอคอยเพิ่มความเสี่ยงให้ฤดูกาล
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่สามารถยกระดับแนวรับได้ในตลาดซื้อขาย 4 ครั้งหลังสุด และต้องจัดการปัญหาหลายตำแหน่งพร้อมกันในช่วงซัมเมอร์หน้า ระหว่างนี้ทีมยังต้องพึ่งพาผู้เล่นชุดเดิมในช่วงที่โปรแกรมสำคัญกำลังมาถึง
การสร้างทีมทีละตำแหน่งอาจช่วยให้สโมสรควบคุมการเงินและวางแผนระยะยาวได้ แต่จำนวนประตูที่เสีย ความเสี่ยงด้านอาการบาดเจ็บ และการขาดตัวเลือกตามธรรมชาติกำลังทำให้การเลื่อนแผนเสริมแนวรับมีต้นทุนสูงขึ้นทุกนัด


























