คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าเรอัล มาดริด ให้สัมภาษณ์เรื่องคำวิจารณ์การช่วยเกมรับ

เอ็มบัปเป้ไม่เก็บคำวิจารณ์เรื่องเกมรับมาคิดมาก

คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ตอบคำวิจารณ์เรื่องการช่วยเกมรับกับ เรอัล มาดริด โดยมองว่าผู้คนมักให้ความสนใจกับสิ่งที่เขายังไม่ได้ทำ มากกว่าผลงานที่ทำได้ดีในสนาม

กองหน้าชาวฝรั่งเศสให้สัมภาษณ์กับ France Football หลังถูกถามถึงเสียงวิจารณ์ว่าเขาไม่ค่อยลงมาไล่บอล โดยยอมรับว่านี่เป็นแรงกดดันที่เกิดขึ้นกับนักเตะซึ่งอยู่ในระดับสูงสุดของวงการมาหลายปี

“ผมไม่คิดว่านั่นเป็นเรื่องปกติ แต่นี่คือชีวิตของคนที่อยู่บนจุดสูงสุดของความเป็นเลิศมาหลายปี”

เอ็มบัปเป้อธิบายว่า เมื่อเขายิงประตูไม่ได้ คำถามก็จะเปลี่ยนเป็นเหตุผลที่ทำประตูไม่สำเร็จ เขาจึงมองว่าการจับจ้องสิ่งที่นักเตะยังทำไม่ได้เป็นธรรมชาติของมนุษย์ และไม่ใช่เรื่องที่ต้องนำมาเก็บเป็นการส่วนตัว

“ถ้าผมไม่ทำประตู ผู้คนก็จะถามว่าทำไมผมจึงยิงไม่ได้ ทุกคนรู้มาหลายปีแล้วว่าผมทำอะไรได้บ้าง ดังนั้นนี่จึงเป็นเรื่องของความเป็นมนุษย์ ผมจึงไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาคิดมาก”
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ เจ้าของผลงาน 5 ประตูจาก 5 เกมกับเรอัล มาดริด
Mbappe backs himself as the best in the world

เอ็มบัปเป้ย้ำคุณค่าของกองหน้าอยู่ที่การทำประตู

เอ็มบัปเป้มองว่าเป้าหมายของฟุตบอลคือการทำประตูให้มากกว่าคู่แข่ง และเชื่อว่านักเตะที่ทำประตูได้จะไม่กลายเป็นปัญหาของทีม เพราะไม่มีทีมใดคว้าแชมป์ได้ด้วยการทำประตูเป็นศูนย์

“ทุกคนมีมุมมองของตัวเอง แต่ผมคิดว่าเป้าหมายของฟุตบอลคือการทำประตูให้ได้มากกว่าคู่แข่งหนึ่งประตู”

มุมมองนี้สะท้อนจุดยืนของเอ็มบัปเป้ที่ให้น้ำหนักกับประสิทธิภาพในพื้นที่สุดท้าย ขณะที่ผลงานในฤดูกาลก่อนสนับสนุนบทบาทดังกล่าว เขาเป็นดาวซัลโวของ LaLiga ด้วย 25 ประตูจาก 31 เกม

แยกคำวิจารณ์สร้างสรรค์ออกจากคำวิจารณ์ที่เกินจริง

เอ็มบัปเป้กล่าวว่าเขามีความสัมพันธ์ที่เป็นธรรมกับคำวิจารณ์ โดยแยกคำแนะนำที่ช่วยพัฒนาเกมออกจากคำวิจารณ์ที่ไม่มีเหตุผล เขายืนยันว่าเสียงวิจารณ์ไม่ทำให้ลังเลเมื่อต้องตัดสินใจในสนาม

“คำวิจารณ์มีทั้งแบบสร้างสรรค์และแบบที่เกินจริง เรื่องนี้ไม่ทำให้ผมกลัวเมื่อต้องตัดสินใจ ผมเดินหน้าต่อโดยไม่ลังเล”

ผลงานเกมรุกยังเป็นจุดเด่นของเอ็มบัปเป้

เอ็มบัปเป้เป็นดาวซัลโวสูงสุดของ เรอัล มาดริด ในฤดูกาลนี้ด้วย 5 ประตูจาก 5 เกม และเป็นหนึ่งในผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง Ballon d’Or 2026

นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติฝรั่งเศสที่ 66 ประตู ซึ่งทำสถิติได้ในฟุตบอลโลก 2026 ขณะอายุ 27 ปี ตัวเลขเหล่านี้อธิบายได้ว่าทำไมทั้งผลงานเกมรุกและการเล่นเมื่อไม่มีบอลจึงถูกจับตามองอย่างเข้มข้น ขณะที่เจ้าตัวยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้คำวิจารณ์มีผลต่อการตัดสินใจในสนาม