

Jose Mourinho จะคุม Real Madrid ลงเล่นเอล กลาซิโก้แรกนับตั้งแต่กลับมารับงาน และต้องบุกเยือน Barcelona ที่ Spotify Camp Nou ในวันอาทิตย์ที่ 25 ต.ค. เวลา 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 16.00 น. ET
นี่คือการกลับมาเผชิญหน้ากับ Barcelona อีกครั้งของ Mourinho หลังเคยคุม Madrid ระหว่างปี 2010-2013 และผ่านศึก Clásico ที่เดือดที่สุดช่วงหนึ่งของยุคใหม่มาแล้ว ขณะที่รอบนี้เขาถูกเรียกกลับมาพร้อมภารกิจล้มทีมของ Hansi Flick ซึ่งเพิ่งคว้าแชมป์ LaLiga สองฤดูกาลติดต่อกัน
เกมนี้จะถ่ายทอดสดทาง ESPN, ESPN Deportes และ ESPN+ ทั้งภาษาอังกฤษและสเปน
ฟอร์มก่อนเกม
ทั้งสองทีมออกสตาร์ต LaLiga ฤดูกาลใหม่ได้อย่างแรง โดยชนะครบทั้งสามนัดแรกและยิงประตูได้มากพอจะยืนยันว่าความอันตรายในเกมรุกยังอยู่ครบ
Barcelona ยิงไป 12 ประตูจากสามเกมแรก รวมถึงเกมที่กดไปห้าลูกใส่ทั้ง Elche และ Rayo Vallecano โดย Raphinha ที่ถูกใช้เป็นกองหน้าจำเป็นทำไปแล้ว 5 ประตูในลีก ส่วน Lamine Yamal ก็เปิดบัญชีฤดูกาลนี้ด้วยผลงานสองประตูในเกมชนะ Rayo 5-2 เมื่อวันจันทร์
ฝั่ง Real Madrid ยิงได้ 10 ประตูจากชัยชนะเหนือ Malaga, Real Sociedad และ Espanyol โดย Kylian Mbappé นำเป็นดาวซัลโวของทีมที่ 4 ประตู ขณะที่ Jude Bellingham ทำ 2 ประตู 2 แอสซิสต์ และ Vinícius Junior มี 1 ประตู 2 แอสซิสต์
เกมที่มีเดิมพันเกินกว่าสามแต้ม
การเจอกันครั้งนี้มีน้ำหนักต่อรูปคดีลุ้นแชมป์ตั้งแต่ต้นฤดูกาล เพราะทั้งสองทีมยังไม่สะดุดและกำลังเล่นเกมรุกได้มีประสิทธิภาพ การชนะในนัดนี้จึงไม่ได้แค่เพิ่มคะแนน แต่ยังเป็นการชิงความได้เปรียบทางจิตวิทยาในช่วงที่การแข่งขันยังเพิ่งเริ่มต้น
สำหรับ Barcelona จุดที่น่าจับตาคือความต่อเนื่องของแนวรุกที่หลากหลายและการจบสกอร์ของ Raphinha กับ Yamal ส่วน Madrid ต้องอาศัยอิทธิพลของ Mbappé ผสานกับผลงานของ Bellingham และ Vinícius Junior เพื่อรับมือเกมที่มีจังหวะเปลี่ยนเร็วและมีช่องให้ลงโทษกันได้ตลอด 90 นาที
ภาพรวมในช่วงหลังยังชี้ว่า Barcelona เป็นฝ่ายได้เปรียบมากกว่า โดยทีมของ Flick ชนะ Madrid ไปแล้ว 6 จาก 7 เกมทางการหลังสุด รวมถึงนัดชิง Copa del Rey ปี 2025 และนัดชิง Spanish Supercupa สองครั้งติดต่อกัน นอกจากนี้ เกมที่ Camp Nou เมื่อเดือนพฤษภาคม Barcelona ยังชนะ 2-0 และปิดทางคู่แข่งในการลุ้นแชมป์ลีกไปพร้อมกัน
ด้วยบริบททั้งหมด เกมที่ Camp Nou จึงเป็นมากกว่าศึกศักดิ์ศรีของสองสโมสรใหญ่ แต่เป็นบททดสอบทันทีว่าทีมของ Mourinho จะหยุดโมเมนตัมของ Barcelona ได้หรือไม่ในวันที่เจ้าบ้านยังคงแสดงให้เห็นว่าพวกเขาคุมทิศทางการเผชิญหน้าช่วงหลังได้ดีกว่า
























