ราฮีม สเตอร์ลิง ถูกตั้งข้อหาขับรถอันตราย ครอบครองไนตรัสออกไซด์เพื่อการสูดดมโดยมิชอบ และไม่ยอมให้ตัวอย่าง หลังเกิดอุบัติเหตุรถแลมโบร์กินีบนมอเตอร์เวย์ รายงานดังกล่าวทำให้ชื่อของอดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้งทันที

ราฮีม สเตอร์ลิง ถูกตั้งข้อหาขับรถอันตรายหลังอุบัติเหตุรถแลมโบร์กินีบนมอเตอร์เวย์

ข้อหาที่ตำรวจแจ้งต่อสเตอร์ลิง

Hampshire and Isle of Wight Constabulary ระบุว่าคดีนี้มาจากเหตุรถชนคันเดียวบน M3 southbound ใกล้ Minley interchange เมื่อวันที่ 28 May โดยมีข้อกล่าวหาว่าขับรถอันตราย ครอบครองไนตรัสออกไซด์เพื่อการสูดดมโดยมิชอบ และไม่ยอมให้ตัวอย่างตามที่ร้องขอ

ตำรวจยืนยันด้วยว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่มีรถคันอื่นเกี่ยวข้อง และไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ

กำหนดขึ้นศาลที่ Basingstoke Magistrates' Court

สเตอร์ลิง วัย 31 ปี จาก Berkshire มีกำหนดขึ้นศาลที่ Basingstoke Magistrates' Court ในวันที่ 15 September

สำหรับแฟนบอล นี่คือคดีที่กระทบภาพลักษณ์ของนักเตะซึ่งเคยเป็นหนึ่งในชื่อสำคัญของทีมชาติอังกฤษ และยังถูกจับตามองในฐานะคนดังนอกสนามที่มีประวัติสร้างอิทธิพลต่อประเด็นสังคมในวงกว้าง

ผลงานในสนามที่ทำให้ชื่อของสเตอร์ลิงยังมีน้ำหนัก

สเตอร์ลิงทำได้ 20 ประตูจาก 82 นัดให้ทีมชาติอังกฤษ และเป็นหนึ่งในขุมกำลังที่พาทีมของ Gareth Southgate ไปถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2018 และรอบชิงชนะเลิศ Euro 2020

ในระดับสโมสร เขาเริ่มจากอะคาเดมีของ QPR ก่อนย้ายไป Liverpool และลงเล่นทีมชุดใหญ่ให้สโมสรเป็นครั้งแรกที่นั่น จากนั้นย้ายไป Manchester City ในปี 2015 และคว้าแชมป์ Premier League 4 สมัย, League Cup 5 สมัย และ FA Cup ในปี 2019

หลังย้ายไป Chelsea ในปี 2022 เขาถูกปล่อยยืมไป Arsenal ในฤดูกาล 2024-25 และต่อมาจึงย้ายไป Feyenoord ด้วยสัญญาระยะสั้นจนจบฤดูกาล ปัจจุบันเขาไม่มีสโมสร

บทบาทนอกสนามที่ถูกพูดถึงมาตลอด

ใน Queen's Birthday Honours ปี 2021 สเตอร์ลิงได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ MBE จากผลงานด้านการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเชื้อชาติในกีฬา ซึ่งสะท้อนว่าชื่อของเขาไม่ได้มีน้ำหนักเฉพาะในสนาม แต่ยังโยงกับประเด็นสังคมด้วย

เขาเคยเป็นหนึ่งในนักเตะที่ออกมาต่อต้านการเหยียดและการเลือกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ข่าวคดีล่าสุดถูกจับตามองมากกว่าคดีทั่วไปของนักเตะอาชีพ