SAFA ยืนยันว่าเงิน R20 ล้านที่ได้รับจาก Department of Sport, Arts & Culture (DSAC) สำหรับโครงการ VAR ยังไม่ถูกใช้ และยังเก็บอยู่ในบัญชีแยกพร้อมดอกผล ระหว่างรอให้กระบวนการกำกับดูแล การตรวจสอบงบประมาณ และการจัดซื้อจัดจ้างเดินหน้าจบครบถ้วน หลังถูก Gayton McKenzie กดดันให้มีแผนที่นำไปใช้ได้จริงกับการติดตั้ง VAR ในลีกอาชีพของแอฟริกาใต้

สหพันธ์ฟุตบอลแอฟริกาใต้ระบุเมื่อวันอังคารว่าได้รับเงินดังกล่าวจาก DSAC แล้ว โดยเงินก้อนนี้เป็นส่วนหนึ่งของงบรวม R29.2 ล้านที่ SAFA ได้รับจากกระทรวงในปีงบประมาณ 2025-26 และ R20 ล้านถูกกันไว้สำหรับ VAR โดยเฉพาะ

SAFA ยอมรับล่าช้า แต่ย้ำเงินยังอยู่ครบ
ในแถลงการณ์ SAFA ยอมรับว่าขั้นตอนด้านธรรมาภิบาล การตรวจสอบทางการเงิน และการทำ due diligence ใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้ แต่ยืนยันชัดว่าเงิน R20 ล้านยังไม่ถูกใช้ และยังคงปลอดภัยอยู่ในบัญชีแยกพร้อมดอกผลที่เกิดขึ้น
ก่อนจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐ SAFA ระบุว่าได้ประเมินเทคนิคเกี่ยวกับเทคโนโลยี VAR และผู้ให้บริการไว้แล้ว และคัดเลือกผู้ให้บริการที่อยู่ในกลุ่มตัวเลือก 3 ราย แต่ยังไม่มีการทำสัญญาใด ๆ
เดินหน้าคุยกับ PSL ผ่าน JLC
SAFA ยังเปิดเผยว่าได้หารือกับ Premier Soccer League ผ่าน Joint Liaison Committee (JLC) แล้ว โดยทีมโครงการ VAR ได้นำเสนอแผนต่อ JLC และคณะกรรมการบริหารของ PSL ในฐานะส่วนหนึ่งของกระบวนการรับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ประเด็นนี้สำคัญเพราะ SAFA เป็นองค์กรกำกับผู้ตัดสิน ขณะที่ PSL เป็นผู้จัดการแข่งขันลีกสูงสุดสองระดับของฟุตบอลอาชีพแอฟริกาใต้ การทำงานร่วมกันจึงเป็นจุดชี้ขาดว่าระบบ VAR จะเดินหน้าได้เร็วแค่ไหน
DSAC ขยายเวลาให้ 21 วัน
หลังการหารือกับ DSAC เมื่อ 18 สิงหาคม กระทรวงได้อนุญาตให้ SAFA ขยายเวลาอีก 21 วัน เพื่อปิดขั้นตอนที่ค้างอยู่และส่งรายงานฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับโครงการ รวมถึงข้อเสนอแนะจากการทบทวนและการยืนยันยอดเงินที่ถือครองอยู่
SAFA ยืนยันว่าพร้อมดำเนินการให้ VAR เกิดขึ้นอย่างโปร่งใส รอบคอบทางการเงิน และสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านธรรมาภิบาลและการจัดซื้อจัดจ้าง
แรงกดดันต่อแผน VAR ยังไม่จบ
McKenzie เคยยื่นคำขาดให้ SAFA ต้องมีแผนที่เป็นไปได้สำหรับการนำ VAR มาใช้ มิฉะนั้นอาจมีการเรียกเงินคืน เขายังหวังให้ระบบนี้พร้อมใช้งานในฤดูกาล 2026-27 ของ PSL แต่ฤดูกาลใหม่ได้เริ่มไปแล้วโดยยังไม่มี VAR
สำหรับแฟนบอล นี่หมายความว่าเงินสนับสนุนยังไม่สูญหาย แต่อนาคตของ VAR ยังขึ้นอยู่กับการปิดงานด้านเอกสาร งบประมาณ และกระบวนการจัดซื้อให้ครบก่อนจึงจะเห็นการใช้งานจริง




















